Energy Transition is not Neutral
from Energy Shock to Social Impact
ศักยภาพและความเสี่ยงของ Bioindustry ต่อเกษตรกร
ทุกครั้งที่เกิดวิกฤติพลังงาน ราคาน้ำมันพุ่ง ต้นทุนการผลิตพุ่ง คนที่รับแรงกระแทกเต็มๆ ไม่ได้มีเพียงอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่มีเกษตรกรรายย่อยที่ไม่มีเบาะรองรับ ไม่มีอะไรกันชนเมื่อต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่มีผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มคนจนในภาคเกษตรกรรมที่ การเปลี่ยนผ่านนี้จึงต้องมีการออกแบบนโยบายที่คำนึงถึงความเป็นธรรมและโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรและตลาดของกลุ่มคนเหล่านี้
ความจนมีโครงสร้าง ไม่ใช่ความบังเอิญ
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) แสดงให้เห็นว่าความยากจนนั้นมีลักษณะเป็นโครงสร้าง โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม ซึ่งมีสัดส่วนคนจนสูงถึง 30 % ของคนจนทั้งประเทศ และมีการกระจายตัวที่ไม่เท่ากันในแต่ละจังหวัด โดยจะพบจังหวัดที่มีสัดส่วนคนยากจนสูงในจังหวัดบริเวณชายขอบของประเทศเช่น พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดในภาคเหนือ

เมื่อพื้นที่คนจนซ้อนทับกับพื้นที่ศักยภาพชีวภาพ
หากลองพิจารณาโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านพลังงานและการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ จะพบว่ามีศักยภาพในการสร้างงานและเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มคนจนในภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีศักยภาพชีวภาพสูง เช่น การปลูกพืชพลังงาน การผลิตชีวมวล และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรและสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ได้ โดยเฉพาะที่มีศักยภาพด้านชีวภาพสูง เช่น พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ถ้าออกแบบดี นี่คือโอกาสที่ bioindustry จะเปลี่ยนชีวิตคนได้จริง




ความท้าทาย
ความท้าทายเชิงเทคโนโลยีลดลงแล้ว สิ่งที่ยังอยู่คือความท้าทายเชิงทรัพยากรและสังคม ตัวอย่างที่เราเห็นชัดเจนคือ การเปลี่ยนจากปลูกข้าวไปสู่พืชพลังงานอย่างอ้อย ต้องการน้ำมากกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ในพื้นที่ที่ภัยแล้งซ้ำซากเป็นความจริงประจำปี กลายเป็นว่าการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้ถูกออกแบบให้เหมาะสมเป็นการส่งต่อความเสี่ยงไปให้เกษตรกรที่ยากจนอยู่แล้ว


ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
- นโยบายพลังงานต้องคิดถึงนโยบายสังคมพร้อมกัน ไม่ใช่ปฎิรูปพลังงานก่อนแล้วค่อยมาแก้ผลกระทบสังคมทีหลัง
- เกษตรกรรายย่อยต้องเข้าสู่ value chain อย่างเป็นธรรม ไม่ใช่แค่เป็นผู้ขายวัตถุดิบราคาถูกให้กับโรงงานชีวมวล แต่มีส่วนร่วมในห่วงโซ่คุณค่าและรับผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล
ส่งท้าย
การเพิ่มมุมมองในมิติเชิงสังคมจะช่วยให้การเปลี่ยนแปลงด้าน Bioindustry นั้นมีลักษณะที่เป็นธรรม (Just Transition) ที่มีความ Resilient ต่อ Climate Change และสามารถแก้ปัญหาความยากจนได้จริง
แหล่งข้อมูล
- ข้อมูลสัดส่วนคนจนระดับจังหวัด สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
- ข้อมูลพื้นที่เหมาะสมในการปลูกพืช 2556-2560 กรมพัฒนาที่ดิน
- พื้นที่เสี่ยงภัยแล้งซ้ำซาก 2557-2562 กรมพัฒนาที่ดิน
- ข้อมูลการใช้น้ำรายพืช กรมชลประทาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์